Current Duties
Courses
ICT Ideas
ICT Education
ICT Management
ICT Principles
ICT Standards
ICT Vocabulary
CMM / CMMI
Case Studies
General Articles
Presentations
Book Reviews
Buddhism
Personal Efficiency
Writing Guides
Research Guides
VIP
Q & A
Contacts
Archive
Seminars
คำแนะนำด้านการเรียน
ข้อสอบสนุก

ปรับปรุงครั้งล่าสุด:

16 พฤกษภาคม 2560
IT Idea for Spiritization

ดร. ครรชิต  มาลัยวงศ์

ราชบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์

นายกสภามหาวิทยาลัยศรีปทุม

สวัสดีครับ

          ผมเขียนเรื่องนี้ในวันที่ ๑ พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันแรงงานของไทย. วันนี้ผมจึงขอพูดถึงเรื่องแรงงานของไทยสักเล็กน้อย.

           ทุกวันนี้ผมไม่ค่อยได้อ่านข่าวทางหนังสือพิมพ์ แต่ดูและฟังข่าวโทรทัศน์จากสำนักข่าวต่างประเทศมากกว่า. ช่องข่าวที่ผมดูประจำคือ NHK World ซึ่งเสนอแต่ข่าวที่สำคัญ ไม่ได้เสนอข่าวปลีกย่อยไร้สาระเช่นพระเอกลิเกมีเมียแล้ว หรือ ดาราคนนั้นมีกิ๊กเป็นใคร. สำนักข่าวนี้เสนอข่าวสลับกับสารคดีหลายเรื่องด้วยกัน. เรื่องหนึ่งที่ผมขอกล่าวถึงก็คือเรื่อง Professional หรือ เรื่องของคนที่เป็นมืออาชีพในด้านต่างๆของญี่ปุ่น.

           ประเด็นของผมก็คือ บุคคลผู้เป็นมืออาชีพที่สำนักข่าว NHK ไปถ่ายทำสารคดีมานั้น ล้วนมีลักษณะการทำงานที่สำคัญเหมือนกัน คือ รู้จริงเกี่ยวกับงานที่ตนทำทุกแง่ทุกมุม, ทำงานอย่างมุ่งมั่นและมีคุณภาพ, และ หมั่นศึกษาเรียนรู้เพื่อพัฒนาสิ่งแปลกใหม่ตลอดเวลา.

           ระบบการศึกษาของไทย เริ่มต้นด้วยการมองเห็นว่า เด็กไทยทั่วไปไม่มีความรู้ และ ไม่มีความคิด. ดังนั้นหลักสูตรทั้งหลายจึงพยายามกำหนดเนื้อหาให้ง่ายเข้าไว้. ทุกสิ่งทุกอย่างในหลักสูตรถูกทำให้ง่ายเพื่อให้นักเรียนจำได้โดยไม่ต้องคิด. ไม่ต้องดูอื่นไกล วรรณคดีไทยที่สอนกันก็ไม่ได้เรียนให้จบเล่ม ยิ่งวรรณคดีอังกฤษก็เลือกใช้ฉบับ simplified, วิชาวิทยาศาสตร์ ก็ไม่เคยอ่านตำราคลาสสิกพื้นฐาน, วิชาพุทธศาสนา (ไม่ทราบว่ายังมีสอนอยู่หรือเปล่า) ก็ไม่เคยอ่านพระสูตรที่ควรจะอ่าน เช่น ธัมมจักรกัปปวัตนสูตร ที่เป็นปฐมเทศนา.

           ในเมื่อระบบการศึกษาของเรายังมองว่า เด็กไทยทั่วไปยังโง่ และ คงไม่สามารถจะเรียนรู้เรื่องยากๆ ได้ ผลก็คือตำราทั้งหลายก็เป็นเรื่องที่สอนแบบง่ายๆ และ ครูทั้งหลายก็รู้แต่วิธีสอนเรื่องง่ายๆ. ผมเชื่อว่า แม้แต่ครูเองก็ไม่ได้สนใจจะเรียนรู้เนื้อหาวิชาในระดับลึกซึ้ง เพราะสมัยเป็นนักเรียนก็ไม่ได้อ่านตำราเหล่านี้มาเหมือนกัน.

           ในเมื่อทุกวันนี้เรามีอุปกรณ์ไอทีและระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่กว้างขวางมากขึ้นแล้ว ผมคิดว่าเด็กนักเรียนและครูจำนวนมาก ก็คงจะสามารถเข้าถึงความรู้พื้นฐานได้ง่ายมากขึ้น. ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนเนื้อหาที่ใช้สอนกันให้ยากมากขึ้น. เลือกตำราคลาสสิกที่ลึกซึ้งมาใช้สอนกันมากขึ้น. ครูอาจารย์เองก็ต้องผ่านการสอบด้วยข้อสอบที่ถามเรื่องที่ลึกซึ้งมากขึ้น. อาจารย์ไทยทั้งหลายจะต้องเลิกเขียนตำราง่ายๆได้แล้ว และ หันไปเขียนตำราที่เกี่ยวกับความรู้ใหม่ที่ตนเองได้ค้นพบมากยิ่งขึ้น.

           หวังว่า วันที่ ๑ พฤษภาคม ในอีกหลายปีข้างหน้า จะเปลี่ยนเป็นงานวัน Professional แทนได้สักที.

 

สวัสดี

ครรชิต มาลัยวงศ์

๑ พฤกษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

home